การช่วยเหลือฉุกเฉิน

เมื่อเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติ หน่วยงานภาครัฐที่ปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยจะดำเนินการช่วยเหลือด้วยแผนการจัดการในภาวะฉุกเฉิน (Disaster Emergency Management) เพื่อความรวดเร็วและทันต่อความต้องการของผู้ประสบภัย โดยมีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย เป็นหน่วยงานกำหนดตัวบุคคลผู้มีอำนาจสั่งการ

การรับมือกับภัยพิบัติแต่ละระดับ

ภาพที่โดดเด่น การช่วยเหลือฉุกเฉิน การรับมือกับภัยพิบัติแต่ละระดับ - การช่วยเหลือฉุกเฉิน

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้กำหนดแนวทางการปฏิบัติงานช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติทางธรรมชาติในภาวะฉุกเฉินไว้ ดังนี้

ภัยพิบัติขนาดเล็ก

ภาพที่โดดเด่น การช่วยเหลือฉุกเฉิน ภัยพิบัติขนาดเล็ก - การช่วยเหลือฉุกเฉิน

ให้ผู้อำนวยการอำเภอ หรือผู้ช่วยผู้อำนวยการกรุงเทพมหานคร ทำหน้าที่ควบคุมและสั่งการ โดยให้กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยอำเภอ เทศบาล หรือองค์การบริหารส่วนตำบล จัดตั้งศูนย์บัญชาการรับผิดชอบการบริหารจัดการภัยพิบัติที่เกิดขึ้นจนกว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ

ภัยพิบัติขนาดกลาง

ภาพที่โดดเด่น การช่วยเหลือฉุกเฉิน ภัยพิบัติขนาดกลาง - การช่วยเหลือฉุกเฉิน

ให้ผู้อำนวยการจังหวัด (ผู้ว่าราชการจังหวัด) ทำหน้าที่ควบคุมและสั่งการ โดยให้กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดจัดตั้งศูนย์บัญชาการทำหน้าที่ระดมสรรพกำลังและทรัพยากรช่วยเหลือผู้ประสบภัย รวมทั้งแก้ปัญหาต่าง ๆ จนกว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ

ภัยพิบัติขนาดใหญ่

ภาพที่โดดเด่น การช่วยเหลือฉุกเฉิน ภัยพิบัติขนาดใหญ่ - การช่วยเหลือฉุกเฉิน

ให้อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติทำหน้าที่ควบคุมและบัญชาการ ทั้งนี้ หากจังหวัดที่ประสบภัยต้องการผู้เชี่ยวชาญหรืออุปกรณ์พิเศษจากนอกพื้นที่ ก็สามารถทำหนังสือขอรับการสนับสนุนจากส่วนกลางได้

ภัยพิบัติร้ายแรงอย่างยิ่ง

ภาพที่โดดเด่น การช่วยเหลือฉุกเฉิน ภัยพิบัติร้ายแรงอย่างยิ่ง - การช่วยเหลือฉุกเฉิน

ภัยพิบัติร้ายแรงอย่างยิ่ง หมายถึงภัยพิบัติมีความรุนแรงระดับ 4 ซึ่งเป็นระดับสูงสุด ให้นายกรัฐมนตรี หรือรองนายกรัฐมนตรีที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย ทำหน้าที่ควบคุมและบัญชาการ

ภารกิจสำคัญที่ต้องดำเนินการ

ภาพที่โดดเด่น การช่วยเหลือฉุกเฉิน ภารกิจสำคัญที่ต้องดำเนินการ - การช่วยเหลือฉุกเฉิน

ภารกิจสำคัญส่วนหนึ่งที่หน่วยงานปฏิบัติการช่วยเหลือฉุกเฉินต้องดำเนินการ มีดังนี้

  1. จัดหาเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็นให้แก่ผู้ประสบภัย เช่น ข้าวสาร อาหารแห้ง น้ำดื่ม ยารักษาโรค และเครื่องนุ่งห่ม เป็นต้น
  2. จัดสถานที่ให้ผู้ประสบภัยพักอาศัย
  3. ประสานงานกับหน่วยงานต่าง ๆ รวมทั้งกลุ่มอาสาสมัคร เพื่อให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยเป็นไปอย่างมีเอกภาพ ทั่วถึง และรวดเร็ว
  4. สนับสนุนการซ่อมแซมระบบสาธารณูปโภค รื้อถอนซากปรักหักพัง และทำความสะอาดสถานที่ ตามที่ได้รับการร้องขอ

5. รายงานสถานการณ์และการปฏิบัติงานต่อผู้บังคับบัญชาอย่างต่อเนื่อง จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลายหรือยุติลง